"เอาหล่ะค่ะองค์หญิง-องค์ชาย หายไปไหนมาทั้งวันคะ"ลูกะเริ่มต้นการสอบสวนด้วยการให้ทั้งสองคนอาบน้ำ-กินข้าว-เล่นเกมส์จนพอใจ โดยมีกุมิที่คอยดูแลการสืบสวนนี้อยู่ที่มุมห้องเงียบๆ ไม่รู้ว่าจะเรียกโชคดีหรือโชคร้ายดี เพราะว่าเสด็จพ่อและเสด็จแม่เสด็จไปยังประเทศข้างเคียงที่เป็นพันธมิตรกัน และพี่เลี้ยงทั้งสองให้คำสัญญาว่าจะไม่ทูลบอก แต่ว่าเด็กทั้งสองต้องโดนสอบสวนโดยพี่เลี้ยงที่แสนจะโหด ในสายตาของพวกเขา แม้ว่าลูกะจะดูเป็นคนใจดีก็ตาม แต่เมื่อไหร่ที่เดือดหล่ะก็แม้แต่มดก็ยังไม่อยากเข้าใกล้
"ค...คือว่าริน..." เด็กหญิงเอ่ยปากพูดอย่างยากลำบาก เหงื่อจากบริเวณไรผมไหลลงมาทั้งๆที่ในห้องก็เปิดแอร์เย็นเจี๋ยบ
"คือว่าอะไรเพคะ'องค์หญิง'" ลูกะตั้งใจพูดช้าๆแต่ชัดเจน กับองค์หญิงตรงหน้า
'อึก พี่ลูกะหน้ากลัวจัง ตายแน่เลยถ้ารู้ว่ารินพาเลนแอบหนีเที่ยวไปนอกวังแล้วไม่ยอมกลับ'เด็กหญิงกลืนน้ำลาย ความคิดแล่นเข้าสู่สมองให้หาคำแก้ตัวโดยเร็ว แต่หัวดันเกิดตื้อขึ้นมาแบบดื้อๆเลย
"ผมเป็นคนพารินไปเที่ยวเองครับ เพราะว่าผมเบื่อแล้วที่จะอยู่แต่ในวังที่แทบไม่ได้ออกไปข้างนอกเลยก็เลยชวนรินไปเที่ยวข้างนอกครับ"เด็กชายชิงพูดขึ้นก่อนที่พี่เลี้ยงจะจับได้
"จริงหรอเพคะ"พี่เลี้ยงสาวหันมาถามเด็กหญิงเพื่อความแน่ใจ เด็กหญิงลังเลที่จะตอบเพราะมันไม่ใช่ความจริงแต่เธอก็ไม่อยากโดนทำโทษ
"รินก็บอกไปสิว่าผมชวนน่ะ ยังไงผมก็ผิดไม่ต้องกลัวผมเจ็บตัวหรอกน่า"เด็กชายกุมมือเด็กหญิงเอาไว้เพื่อให้เธอใจเย็น เด็กหญิงที่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่หลับตาปี๋พยักหน้าหงึกหงัก เป็นสัญญาณให้เด็กชายรู้ว่าเธอเข้าใจ แต่พี่เลี้ยงสาวดันนึกว่าเธอยอมรับว่าน้องชายฝาแฝดทำ
"เอาหล่ะ องค์ชายทำใช่ไหม แล้วทำไมองค์หญิงไม่ห้ามคะ"ลูกะหันไปมองเด็กชายซักพักแล้วจึงหันกลับมเค้นความจากเด็กหญิงต่อ
"ผมบังคับให้รินไปครับ จริงๆแล้วรินน่ะบอกไม่ให้ไปแต่ผมจะไปให้ได้ ก็เลยบังคับรินน่ะครับ"เด็กชายตอบคำถามแทนเด็กหญิงที่ถูกเค้นความอยู่
"องค์ชายอย่าพึ่งพูดเลยนะเพคะ ตอนนี้พี่ลูกะเค้าถามองค์หญิงอยู่น่ะจ๊ะ"กุมิที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องเดินมาหาเด็กชายที่นั่งอยู่บนเตียงคู่กับเด็กหญิงที่กำลังตัวสั่นงกๆอยู่ พร้อมกับลูบหัวเด็กชายด้วยรอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยน หลายคนอาจจะคิดได้ว่าพี่เลี้้ยงสาวผมเขียวคนนี้กำลังปลอบโยนเด็กชายที่แม้จะไม่กลัวเท่าพี่สาวก็ตาม แต่ความจริงเธอก็กำลังสอบสวนเด็กชายแบบกลายๆอยู่นั่นเอง
"ก็รินไม่ผิดนี่ครับ ผมทำผิดทำไมต้องลงโทษรินด้วยหล่ะ"เด็กชายจ้องพี่เลี้ยงตาแป๋วก่อนจะก้มหน้าลงเหมือนสำนึกผิด
"องค์หญิงเพคะ... ทำไมไม่ตอบพี่หล่ะ ถ้าองค์หญิงไม่ได้เริ่มทำจริงๆก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลยนี่เพคะ" พี่เลี้ยงอีกคนเริ่มเสียงดังขึ้นมาจนทุกคนต้องหันมามอง เว้นแต่เด็กหญิงบนเตียงที่เอาแต่ก้มหน้าแล้วเริ่มร้องไห้ 
"ฮึกๆ.."เสียงสะอื้นเริ่มดังขึ้นจากเด็กหญิงจนกุมิต้องลุกเดินมาจับไหล่ลูกะให้ใจเย็นลง
"เอาหล่ะ ในเมื่อองค์หญิงไม่ยอมตอบแล้วองค์ชายก็ยอมรับผิดแล้ว"ลูกะพูดด้วยเสียงดัง ฟังชัดไล่สายตามองคู่แฝดบนเตียงทั้งสอง 
"พี่จะทำโทษทั้งสองคนเลยแล้วกันนะคราวนี้"เมื่อสิ้นเสียงลงเด็กชายก็เริ่มโวยวายทันที
"ไม่เอานะพี่ลูกะ ก็รินไม่ผิดทำไมต้องทำโทษรินด้วยอะ"เด็กชายโวยวายถึงแม้เรื่องที่พูดออกมามันจะไม่เป็นความจริงก็ตาม 
"ก็พี่ไม่รู้ว่าองค์พูดจริงหรือเปล่า เพราะองค์หญิงไม่ยอมเล่าอะไรแถมพระองค์ก็ยังแก้ตัวให้อีก"ลูกะเลิกคิ้วขึ้นมองหน้าเด็กชาย
"แต่ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่จะทำโทษให้เท่าเทียมกัน"กุมิเอ่ยขึ้น ใบหน้ายิ้มแย้มไม่มีท่าทีของใบหน้าคนที่โกรธแม้แต่น้อย เด็กชายได้แต่ก้มหน้าลง ใบหน้าขบคิดอะไรบางอย่าง
"ไม่ได้นะครับ รินน่ะเจ็บขาอยู่ถ้าให้ทำงานเท่าผมก็เหมือนรินทำหนักกว่านะครับ"เด็กชายเงยหน้าขึ้นสายตามั่นคง เด็กสาวตัวต้นเหตุที่ร้องให้อยู่บนเตียงค่อยๆหันมามองช้าๆทั้งๆที่น้ำตานองหน้าจนมองไม่ชัด
"นั่นสินะพี่ลูกะ องค์หญิงก็บาดเจ็บอยู่นะ"กุมิหันไปมองหน้าลูกะทำท่าทางครุ่นคิดแบบเล่นๆแล้วยิ้มตามอีกที
"งั้นจะให้ทำอย่างไรหล่ะเพคะ"ลูกะ หันไปถามเด็กชายบนเตียง
"ก็ให้ผมทำส่วนของรินด้วยก็ได้"เด็กชายเสนอ ทั้งๆที่ความจริงมันไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องรับผิดแทน
"มันจะดีหรอเพคะองค์ชาย"กุมิถามขึ้นไปหน้าแสดงความกังวนไม่จริงจัง
"ดีสิครับเพราะผมก็ทำผิด รินไม่ได้ทำแถมยังบาดเจ็บอีก"เด็กชายมีท่าทางกระตือรือร้นยอมรับความผิดที่ตัวเองไม่ได้ทำ 
"แต่องค์หญิงก็ยอมออกไปด้วยนี่ยังไงก็ต้องโดนที่ยอมไปด้วยแถมไม่ห้ามอีก"ลูกะแย้งขึ้นมา
"ก็รินบาดเจ็บยังไงครับก็เลยช่วยลดโทษให้รินหน่อยน๊าาา ให้ผมทำแทนก็ได้"เด็กชายอ้อนวอน
"ก็ได้ แต่ยังไงก็ห้ามไปไหนไม่บอกอีกนะ ถ้าจะไปก็บอกพี่เดี๋ยวพี่จะพาออกไปเอง"ลูกะพูดขึ้น มุขอ้อนของเด็กๆโดยเฉพาะเด็กชายมักจะได้ผลทุกครั้งไม่ว่าจะเดือดแค่ไหนก็ตาม และด้วยเหตุผลนี้จึงได้เป็นพี่เลี้ยงที่สนิดกับพระโอรสและพระธิดาได้ง่ายดาย
"งั้นเดี๋ยวนอนกันได้แล้วนะ พรุ่งนี้ตื่นเช้าๆด้วยหล่ะ"กุมิจับตัวเด็กหญิงและเด็กชายให้เอนตัวนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาให้ถึงอก ของคู่แฝด เพราะความที่เป็นคนน่ารักและไม่โกรธใครง่ายๆแถมยังทำอะไรเหมือนเล่นๆตลอดจึงทำให้คู่แฝดรักพี่เลี้ยงคนนี้พอๆกับอีกคนถึงถึงแม้นิสัยจะต่างกันก็ตาม
               ................................................................................................
"ฉันว่าฉันหิวมากๆเลยนะ อยากกินขนมปังก้อนโตๆกับซุปร้อนจัง"ดวงตาสีพระอาทิตย์เอามือปิดปากที่หาววอด หลับตาปี๋แล้วพูดสั่งอาหาร เท้าข้างหนึ่งเหยียบโต๊ะที่ล้มระเนระนาด
"ด..ได้ครับ รอซักครู่นะครับ"เจ้าของร้านที่ล้มอยู่ที่พื้นพูดก่อนจะอยคลานไปที่ห้องครัวอย่างลนลาน
"เร็วๆนะ ตอนนี้ฉันหิวมากๆเลยหล่ะ"สายตาจิกกัดแสดงออกมาจากใบหน้านวลสวย ปากบางตะโกนไล่หลังชายดูมีอายุ
"ได้แล้วครับ"เด็กเสริฟวางจานซุปร้อนๆกลิ่นหอมยั่วยวนถูกวางลงตรงหน้าเด็กสาวพร้อมกับขนมปังก้อนโตที่พึ่งเอาออกจากเตาจนได้กลิ่นแป้งที่หวานนุ่มน่าลิ้มลอง เด็กสาวใช่มือเรียวสวยที่มีเล็บยาวที่แหลมคมฉีกขนมปังออกมาก่อนจะนำส่วนหนึ่งไปจุ่มลงในซุปร้อนๆแล้วนำเข้าปากไม่แสดงทีท่าว่าจะแสบร้อนภายในปากแต่อย่างใดจนพนักงานยังต้องงงเพราะทั้งซุปและขนมปังพึ่งจะออกจากเตาครุกรุน 
"ฮึ รสชาติห่วยแตก"เด็กสาวกลืนขนมปังลงคอก่อนพูดออกมา มือปัดชามซุปลงพื้น เหลือทิ้งไว้แต่ก้อนขนมปังบนโต๊ะ
"นี่หรอร้านที่อร่อยทีสุดในบริเวณท่าเรือนี่ ไม่ได้เรื่องเลย"เด็กสาวยืนขึ้นมือทุบโต๊ะดังปัง ก่อนที่จะหันหลังเดินออกจากร้านไป
"ที่ท่าเรือเนี่ย ไม่มีอาหารรสชาติดีๆเลยหรอเนี่ย"เด็กสาวพึมพัมกับตัวเองมือสองข้างไขว้กันหนุนหัวข้างหลังเอาไว้ ดวงตาสีพระอาทิตย์สองข้างปรือลงเพราะความเบื่อ
"แล้วคืนนี้จะนอนที่ไหนดีอีกเนี่ย"เด็กสาวเอ่ยขึ้นให้ตัวเองเพียงผู้เดียว ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นภูเขาหลังหมู่บ้านเล็กๆริมท่าเรือ ภูเขาที่เธอได้พบเจอกับเชื้อพระวงศ์ทั้งสอง ริมฝีปากบางเผยรอยยิ้มที่มุมปากออกมาก่อนจะเดินไปทางภูเขาลูกนั้น 
      ทั้งๆที่ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่สายตาของเด็กสาวกลับมองทางที่เริ่มลาดชันจากเนินเขาได้อย่างชัดเจน เหมือนตอนท้องฟ้าสว่าง 
"เริ่มง่วงนิดๆแล้วหล่ะสิ"เด็กสาวปิดปากก่อนจะหาว แล้วจึงเริ่มบิดขี้เกียจ 
"นอนแถวนี้ก่อนแล้วกัน" ดวงตาสีพระอาทิตย์สอดส่ายไปตามต้นไม้ต่างๆจนสะดุดตากับต้นไม้ใหญ่
สายตาของเด็กสาวเหลือบมองต้นไม้ใหญ่ก่อนตัดสินใจเดินไปแตะต้นไม้ใหญ่แล้วสปริงตัวขึ้นไปนอนบนกิ่งไม้กิ่งหนึ่งที่ใหญ่และแข็งแรง สองแขนยกขึ้นหนุนหัวของเด็กสาวเอาไว้ ขาข้างหนึ่งปล่อยให้ห้อยลงไป ดวงตาสีพระอาทิตย์มองเลยผ่านใบไม้นับร้อยพันใบ ไปสู่ดวงดาวที่อยู่เหนือกว่า
"เดี๋ยวจะส่งขึ้นไปให้อีกดวงละกันนะ คงจะหลายปีหน่อยล่ะ แต่อาจจะกลายเป็นดวงดาวที่สว่างที่สุดก็ได้ ระหว่างนั้น จะส่งพวกดาวยิบย่อยขึ้นไปก่อนแล้วกัน"ดวงตาสีพระอาทิตย์ค่อยหรี่ลงเรื่อยๆก่อนจะปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับสายลมเย็นที่พัดผ่านไป
 
Top~ :"เดี๋ยวจะส่งขึ้นไปให้อีกดวงละกันนะ คงจะหลายปีหน่อยล่ะ แต่อาจจะกลายเป็นดวงดาวที่สว่างที่สุดก็ได้ ระหว่างนั้น จะส่งพวกดาวยิบย่อยขึ้นไปก่อนแล้วกัน"
 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
1.ตอบเม้น @shionnezumi 
คงต้องรอซักพักนะคะ เรื่องการใช้คำเรียกตัวละคร เพราะว่า
แต่งค้างเอาไว้นานเป็นล๊อกๆการลงค่ะ พอตัวละครเยอะขึ้น
ก็จะใช้ชื่อและลักษณะเรียกเพื่อไม่ให้สับสนเองค่ะ  
ต้องขอโทษด้วยนะคะสำหรับเรื่องนี้                                    
 
2.พูดคุยหลังเรื่อง
ก็จบอีกหนึ่งตอน ขอขอบคุณที่อ่านกันถึงตรงนี้นะคะ 
เนื้อเรื่องมีอะไรเปลี่ยนแปลงจากตอนแรกหรือควรแก้ไขตรงไหนก็ขอขอบคุณนะคะ
      (สำหรับครั้งนี้ไม่มีอะไรจะพูดมากเลยแฮะ ^^" )
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

55 อุบอิบๆ อย่าให้เค้ารู้นะว่าเรารู้แล้ว ><"

#4 By mininote on 2012-05-11 10:36

ขบคิดได้ดีมากเลยค่ะ...รู้แล้วล่ะว่าเนรุหมายถึงอะไร!(ตีความได้เร็วไปมั้ย)

#3 By PANDORA•♥☂♥• on 2012-05-11 09:32

เอ...... หมายถึงอะไรดีนะ ^^ ติดตามต่อไปแล้วกันนะคะquestion

#2 By mininote on 2012-05-10 18:43

ดวงดาวนั่นน่ะ คงไม่ได้หมายถึง? ... นะ

#1 By Confidentiality (103.7.57.18|14.207.223.4) on 2012-05-10 15:13